เจาะลึกเรื่อง น้ำตาเทียม เลือกแบบไหนดีที่สุด? ปลอดภัยต่อดวงตา และคุ้มค่าระยะยาว

เจาะลึกเรื่อง น้ำตาเทียม เลือกแบบไหนดีที่สุด? ปลอดภัยต่อดวงตา และคุ้มค่าระยะยาว

ทำไมหยอดน้ำตาเทียมแล้วแสบตากว่าเดิม? ปัญหานี้พบได้บ่อยมากในห้องตรวจ ผู้ที่มีภาวะตาแห้งมักหาซื้อน้ำตาเทียมมาใช้งานเองโดยคิดว่าน้ำตาเทียมทุกชนิดเหมือนกัน ความจริงแล้ว น้ำตาเทียมมีส่วนประกอบที่ส่งผลกระทบต่อดวงตาแตกต่างกัน การเลือกใช้งานผิดประเภทไม่เพียงแต่ไม่ช่วยบรรเทาอาการ แต่ยังสร้างความเสียหายต่อดวงตา ทำให้กระจกตาถลอกหรือเกิดการสะสมของสารเคมีโดยไม่รู้ตัว

สรุปประเด็นสำคัญ

  • น้ำตาเทียมแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ชนิดรายเดือนแบบมีสารกันเสีย และชนิดรายวันแบบไร้สารกันเสีย ซึ่งมีความปลอดภัยต่อกระจกตาแตกต่างกัน
  • ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ห้ามใช้น้ำตาเทียมที่มีสารกันเสีย เนื่องจากสารเคมีจะสะสมในเนื้อเลนส์และทำลายผิวกระจกตา
  • สารกันเสียกลุ่ม Benzalkonium Chloride หากใช้งานเกินวันละ 4 ครั้ง เสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระจกตาเป็นพิษ
  • อาการตาแห้งเรื้อรังที่หยอดน้ำตาเทียมแล้วไม่ดีขึ้น อาจเกิดจากโรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน ที่ต้องรักษาที่ต้นเหตุ

ทำไมยิ่งหยอดน้ำตาเทียม ยิ่งแสบตา?

ทำไมยิ่งหยอดน้ำตาเทียม ยิ่งแสบตา?

อาการแสบตาหรือตาแดงหลังหยอดน้ำตาเทียมเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าดวงตากำลังเผชิญกับความผิดปกติ อาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายปัจจัยทางพยาธิวิทยา

  • กระจกตาถลอก เมื่อผิวกระจกตามีรอยถลอกหรือบาดแผลขนาดเล็ก ปลายประสาทจะไวต่อสารเคมีในน้ำยาหยอดตา
  • ภาวะแพ้สารกันเสีย ดวงตาเกิดปฏิกิริยาต่อต้านสารเคมีที่เป็นส่วนผสมในน้ำตาเทียม โดยเฉพาะชนิดขวดรายเดือน
  • ค่า pH ไม่สมดุล ความเป็นกรดด่างหรือความหนืดของน้ำตาเทียมไม่เหมาะสมกับสภาพน้ำตาธรรมชาติ

สัญญาณอันตรายที่ต้องหยุดใช้น้ำตาเทียมทันที

  • แสบตารุนแรงทุกครั้งหลังหยอด
  • ตาแดงก่ำ หรือมีขี้ตาผิดปกติ
  • การมองเห็นพร่ามัวลง
  • สู้แสงไม่ได้ มีน้ำตาไหลตลอดเวลา

หากพบอาการกลุ่มนี้ ต้องหยุดใช้น้ำตาเทียมขวดนั้นทันทีและรีบเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจประเมินสภาพกระจกตา

ประเภทของน้ำตาเทียม รายวัน vs รายเดือน ต่างกันอย่างไร?

ประเภทของน้ำตาเทียม รายวัน vs รายเดือน ต่างกันอย่างไร?

อาการแสบตาหรือตาแดงหลังหยอดน้ำตาเทียมเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าดวงตากำลังเผชิญกับความผิดปกติ อาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายปัจจัยทางพยาธิวิทยา

  • กระจกตาถลอก เมื่อผิวกระจกตามีรอยถลอกหรือบาดแผลขนาดเล็ก ปลายประสาทจะไวต่อสารเคมีในน้ำยาหยอดตา
  • ภาวะแพ้สารกันเสีย ดวงตาเกิดปฏิกิริยาต่อต้านสารเคมีที่เป็นส่วนผสมในน้ำตาเทียม โดยเฉพาะชนิดขวดรายเดือน
  • ค่า pH ไม่สมดุล ความเป็นกรดด่างหรือความหนืดของน้ำตาเทียมไม่เหมาะสมกับสภาพน้ำตาธรรมชาติ

สัญญาณอันตรายที่ต้องหยุดใช้น้ำตาเทียมทันที

  • แสบตารุนแรงทุกครั้งหลังหยอด
  • ตาแดงก่ำ หรือมีขี้ตาผิดปกติ
  • การมองเห็นพร่ามัวลง
  • สู้แสงไม่ได้ มีน้ำตาไหลตลอดเวลา

หากพบอาการกลุ่มนี้ ต้องหยุดใช้น้ำตาเทียมขวดนั้นทันทีและรีบเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจประเมินสภาพกระจกตา

คุณสมบัติ

น้ำตาเทียมรายเดือน (ขวด)

น้ำตาเทียมรายวัน (หลอด)

สารกันเสีย

มีส่วนผสมของสารกันเสีย

ไร้สารกันเสีย

ความถี่ในการใช้งาน

ไม่เกิน 4 ครั้งต่อวัน

ใช้งานได้บ่อยตามต้องการ

อายุการใช้งานหลังเปิด

1 เดือน

24 ชั่วโมง

ความปลอดภัยต่อกระจกตา

ลดลงหากใช้งานบ่อย

ปลอดภัยสูงมาก

การใช้ร่วมกับคอนแทคเลนส์

ไม่แนะนำ

แนะนำให้ใช้

อันตรายซ่อนเร้นจากสารกันเสีย

อันตรายซ่อนเร้นจากสารกันเสีย

“หมอมักจะย้ำเสมอว่า น้ำตาเทียมที่มีสารกันเสียเปรียบเสมือนดาบสองคมค่ะ” สารกันเสียที่พบมากที่สุดในน้ำตาเทียมคือ Benzalkonium Chloride สารชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อโรค แต่มีผลข้างเคียงในการทำลายเซลล์ผิวกระจกตาและเยื่อบุตาขาว

เมื่อหยอดน้ำตาเทียมที่มีสาร BAK มากกว่า 4 ครั้งต่อวันอย่างต่อเนื่อง สารเคมีจะสะสมจนทำให้เกิดภาวะกระจกตาเป็นพิษ ผู้ป่วยจะมีอาการตาแห้ง แสบ และแดงมากกว่าเดิม ทำให้กระบวนการสมานแผลของกระจกตาทำงานช้าลง สำหรับผู้ที่มีภาวะตาแห้งเรื้อรัง การเปลี่ยนมาใช้น้ำตาเทียมแบบไร้สารกันเสียคือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดเพื่อถนอมดวงตาระยะยาว

วิธีเลือกน้ำตาเทียมให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์

วิธีเลือกน้ำตาเทียมให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์

1. ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์

จำเป็นต้องใช้น้ำตาเทียมชนิดรายวัน (ไร้สารกันเสีย) เนื้อวัสดุของคอนแทคเลนส์มีคุณสมบัติดูดซับน้ำ หากใช้น้ำตาเทียมแบบมีสารกันเสีย เลนส์จะกักเก็บสารเคมีไว้ ส่งผลให้กระจกตาสัมผัสสารกันเสียเข้มข้นตลอดทั้งวันจนเกิดการอักเสบ

2. ผู้ที่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์

การเพ่งมองหน้าจอทำให้อัตราการกะพริบตาลดลง น้ำตาระเหยออกจากผิวตาเร็วกว่าปกติ ควรใช้น้ำตาเทียมชนิดรายวันเพื่อหยอดเติมความชุ่มชื้นทุก 1-2 ชั่วโมง โดยเลือกสูตรที่มีความหนืดต่ำเพื่อไม่ให้รบกวนการมองเห็นหลังหยอด

3. ผู้ป่วยหลังผ่าตัดดวงตา

เส้นประสาทตาและผิวกระจกตาหลังผ่าตัดยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ดวงตาจะอยู่ในภาวะแห้งและไวต่อการติดเชื้อ ต้องใช้น้ำตาเทียมที่ปราศจากสารกันเสียเท่านั้นเพื่อไม่ให้สารเคมีขัดขวางกระบวนการสมานแผล

หยอดน้ำตาเทียมแล้วไม่หาย อาจเป็นโรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน

หยอดน้ำตาเทียมแล้วไม่หาย อาจเป็นโรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน

“ในมุมมองของหมอ อาการตาแห้งเรื้อรังที่หยอดน้ำตาเทียมเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น มักมีสาเหตุซ่อนเร้นอย่างโรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตันค่ะ”

โครงสร้างของน้ำตามีชั้นไขมันทำหน้าที่เคลือบผิวด้านบนสุดเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาระเหย โรคต่อมไขมันเปลือกตาอุดตัน ทำให้กระบวนการผลิตไขมันผิดปกติ เมื่อไม่มีชั้นไขมันเคลือบตา น้ำตาเทียมที่หยอดเข้าไปจะระเหยหายไปอย่างรวดเร็ว

การใช้น้ำตาเทียมเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ การรักษาภาวะ MGD ที่ถูกต้องต้องอาศัยการรักษาทางการแพทย์ เช่น การประคบอุ่น การทำความสะอาดเปลือกตา และการทำ Eye Spa เพื่อกดรีดไขมันที่อุดตันออกอย่างถูกวิธี

การดูแลสุขภาพดวงตาที่ Mattaya Vision Center

เราให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพดวงตาอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงการบรรเทาอาการชั่วคราว

  • Medical Supervision: ทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การดูแลและคัดกรองโรคทางตาโดย แพทย์หญิง มัทยา ขวัญอโนชา จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • Specialist Team: นักทัศนมาตร ทำการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดภายใต้การกำกับดูแลของจักษุแพทย์ เพื่อวิเคราะห์สาเหตุของอาการตาแห้งที่อาจเกิดจากปัญหาค่าสายตาแอบแฝง
  • Advanced Treatment: บริการ Eye Spa เพื่อรักษาโรค MGD สลายการอุดตันของต่อมไขมันเปลือกตา คืนความชุ่มชื้นให้ดวงตาตามธรรมชาติ
  • Progressive Lens Expertise: เราให้บริการออกแบบเลนส์เฉพาะบุคคลในราคาเริ่มต้น 9,900 บาท (ราคาเริ่มต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ให้ตรวจสอบกับ Mattaya Vision Center อีกครั้ง) พร้อมจุดเด่น “ทดลองใส่เลนส์โปรเกรสซีฟ ก่อนตัดแว่น” เพื่อให้ได้แว่นตาที่ตอบโจทย์การมองเห็นอย่างสมบูรณ์แบบ

อาการตาแห้งและระคายเคืองตาไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน หากดวงตาของคุณส่งสัญญาณความผิดปกติ แนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินอย่างละเอียดนะคะ

ท่านสามารถเข้ารับบริการได้ที่ร้านแว่น Mattaya Vision Center ทั้ง 5 สาขา

  • รพ.พญาไท 1
  • สาขาเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา
  • สาขาเอ็มโพเรียม
  • สาขาเมกาบางนา
  • สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า

ผู้เขียนบทความ

แพทย์หญิง มัทยา ขวัญอโนชา

แพทย์หญิง มัทยา ขวัญอโนชา

จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตาและการมองเห็น ด้วยความเชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยา ผู้ก่อตั้ง Mattaya Vision Center พร้อมวินิจฉัยและให้คำปรึกษาเฉพาะทางด้านเลนส์โปรเกรสซีฟ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาสายตาซับซ้อนจากภาวะสายตายาวตามวัย

ประวัติการศึกษา

  • แพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1):  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา:  คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตรการผ่าตัดตกแต่งกล้ามเนื้อตาและตาสองชั้น: Korean College of Cosmetic Surgery (KCCS) ประเทศเกาหลีใต้
ทักแชท ปรึกษาฟรี
ทักไลน์ ปรึกษาฟรี
สาขาของเรา
×

เบอร์โทรติดต่อ

099-463-6365