โรคตาบอดสี (Color Blindness) มีสาเหตุเกิดจากอะไร ?

ตาบอดสี


โรคตาบอดสี (Color Blindness) เป็นโรคที่ส่งผลกระทบในชีวิตประจำวัน เช่น อาจสร้างความลำบากขณะขับรถยนต์ในการมองสัญลักษณ์ไฟจราจรต่างๆ และอาจทำให้เสียโอกาสในการประกอบอาชีพบางอาชีพ โดยส่วนใหญ่ตาบอดสีจะเกิดขึ้นในเพศชาย ซึ่งเพศชายทุก 12 คน และเพศหญิงทุก 200 คน จะเป็นตาบอดสี 1 คน ตาบอดสีคืออะไร ? มีสาเหตุเกิดจากอะไร ? หมอรวบรวมข้อมูลมาให้แล้วค่ะ

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจได้เลยค่ะ

โรคตาบอดสี (Color Blindness) คืออะไร?

ตาบอดสี (Color Blindness) เป็นภาวะความผิดปกติทางการมองเห็นสีบางสี ผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็น สร้างความสับสนในการแยกแยะสีต่างๆ เนื่องจากความผิดปกติของเม็ดสีและเซลล์รับแสง ซึ่งจะทำให้คนที่มีภาวะตาบอดสีจะสับสนในการแยกแยะความแตกต่างระหว่างสีเขียวและแดง หรือ สีฟ้าและเหลือง

โรคตาบอดสี (Color Blindness) คืออะไร?

ตาบอดสี (Color Blindness) เป็นภาวะความผิดปกติทางการมองเห็นสีบางสี ผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็น สร้างความสับสนในการแยกแยะสีต่างๆ เนื่องจากความผิดปกติของเม็ดสีและเซลล์รับแสง ซึ่งจะทำให้คนที่มีภาวะตาบอดสีจะสับสนในการแยกแยะความแตกต่างระหว่างสีเขียวและแดง หรือ สีฟ้าและเหลือง

ตาบอดสี

สาเหตุการเกิด

ภาวะตาบอดสี (Color Blindness) มีสาเหตุเกิดจากความบกพร่องของเซลล์รับสีที่อยู่ในดวงตา คือ เซลล์รูปแท่ง และ เซลล์รูปกรวยที่อยู่ด้านหลังของจอตา โดยในเซลล์รูปกรวยจะมีเซลล์รับสี (Photopigments) ทำหน้าที่ตอบสนองต่อคลื่นแสงต่างๆ หากเซลล์รับสีผิดปกติแม้แต่เซลล์เดียวการรับรู้สีก็จะผิดเพี้ยนไป

ตาบอดสี

คนที่มีภาวะตาบอดสีส่วนใหญ่จะเกิดจากการถ่ายทอดมาทางพันธุกรรมจากพ่อหรือแม่ และมีส่วนน้อยที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ ซึ่งในแต่ละคนก็จะมีอาการและความหนักเบาแตกต่างกัน เช่นบางคนอาจตาบอดสีเขียว บางคนสีเหลือง บางคนสีส้มและสีแดง ขึ้นอยู่กับว่าเซลล์รับสีที่เกิดความบกพร่องนั้นเป็นสีอะไร

อาการของโรคตาบอดสี

โดยหมอสามารถแบ่งอาการออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆคือ

กลุ่มเห็นสีเดียว (Monochromatism) เป็นกลุ่มคนที่ไม่มีเซลล์รูปกรวยอยู่เลย หรือ บางรายอาจจะมีเซลล์รูปกรวยสีน้ำเงินชนิดเดียว ทำให้กลุ่มนี้จะเห็นแต่เพียงภาพขาวดำ ตามัว สู้แสงไม่ได้

กลุ่มที่มีเซลล์รูปกรวย 2 ชนิด (Dichromatism) เป็นกลุ่มคนที่ขาดเซลล์รูปกรวยตามสีนั้นๆ เช่น ขาดเซลล์รูปกรวยสีเขียว เรียกว่าตาบอดสีเขียว , ขาดเซลล์กรวยสีแดง เรียกว่า ตาบอดสีแดง และ ขาดเซลล์กรวยสีน้ำเงิน เรียกว่า ตาบอดสีน้ำเงิน

กลุ่มที่มีเซลล์รูปกรวยทั้ง 3 ชนิด (Trichromatism) คือกลุ่มที่เซลล์รูปกรวยครบทั้ง 3 ชนิด แต่มีเซลล์รูปกรวยสีใดสีหนึ่งน้อยกว่าปกติที่ควรมี ทำให้สีที่มองเห็นมีความผิดเพี้ยน

กลุ่มคนที่มีความผิดปกติที่พึ่งเกิดขึ้นซึ่งเกิดจากโรคต่างๆ เช่น เบาหวานขึ้นตา ,โรคจอประสาทตาเสื่อม,ต้อกระจก,ต้อหิน,อาการบาดเจ็บที่ดวงตา เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความผิดปกติที่ดวงตาจนทำให้เกิดภาวะตาบอดสีได้

ตาบอดสี คือ

วิธีรักษา

ขั้นตอนวินิจฉัยอาการ
ขั้นแรกจักษุแพทย์จะวินิจฉัยผู้ป่วย โดยใช้แผ่นภาพ อิชิฮะระ (Ishihara) และ แผ่นเรียงเฉดสี (Color Arrangement) ซึ่งหากผู้ที่มีภาวะตาบอดสี จะไม่สามารถอ่านตัวเลขจากภาพและไม่สามารถไล่เฉดสีที่อยู่ใกล้กันได้อย่างถูกต้อง

ขั้นตอนการรักษา
สำหรับกลุ่มที่เกิดภาวะตาบอดสีจากพันธุกรรม จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่จักษุแพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วย ใส่แว่น หรือ คอนแทคเลนส์ที่กรองแสงบางอย่างออกไป หรือในปัจจุบันมีแว่นตาสำหรับแก้อาการตาบอดสีเข้ามาแก้ไขให้ผู้ป่วย และจะมีการสอนเทคนิคในการจดจำสิ่งต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น จดจำตำแหน่งสัญญาณไฟ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างปกติค่ะ

สำหรับกลุ่มที่มีอาการจากภาวะแทรกซ้อนหรือโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น โรคเบาหวานขึ้นตา แพทย์จะรักษาสาเหตุของโรค เพื่อบรรเทาอาการแทรกซ้อนที่ดวงตา

ตาบอดสี คือ

สรุป

ภาวะตาบอดสี (Color Blindness) เกิดจากเซลล์รูปกรวยที่มีเซลล์รับสี (Photopigments) ทำหน้าที่ตอบสนองต่อคลื่นแสงต่างๆผิดปกติ โดยอาจเป็นมาตั้งแต่กำเนิดเนื่องจากการถ่ายทอดมาทางพันธุกรรมจากพ่อหรือแม่ หรือ เกิดขึ้นภายหลังจากภาวะแทรกซ้อนจากโรคต่างๆ จนทำให้ผู้ป่วยมีอาการมองเห็นสีที่ผิดเพี้ยน

โดยหมอขอแนะนำว่าทุกท่านควรพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพตาประจำปี และหากใครมีอาการมองเห็นผิดปกติควรเข้ารับการปรึกษากับจักษุแพทย์จะดีที่สุดค่ะ

หากใครสนใจ ตรวจสุขภาพดวงตากับคุณหมอมัทยา สามารถติดต่อจองคิวได้ที่ MATTAYA CLINIC หรือช่องทางการติดต่อด้านล่างได้เลยค่ะ