ระวัง!! เบาหวานขึ้นตา อันตรายถึงขั้นตาบอดหากปล่อยไว้นาน

เบาหวานขึ้นตา


โรคเบาหวาน เป็นโรคที่คนไทยช่วงอายุ 20-79 ปี เป็นกันเยอะมาก โดยพบว่า 100 คนจะเป็นโรคเบาหวาน 8 คน ซึ่งโรคเบาหวานนั้นมีภาวะแทรกซ้อนมากมาย หนึ่งในนั้นคือ อาการเบาหวานขึ้นตา อาการนี้เป็นอย่างไร หมอได้รวบรวมข้อมูลพร้อมวิธีการดูแลตัวเองมาให้แล้วค่ะ

เบาหวานขึ้นตาคืออะไร?

อาการเบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน เนื่องจากตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่เพียงพอจนร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ผู้ป่วยมีน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลายาวนาน อวัยวะและหลอดเลือดต่างๆทำงานผิดปกติ จนทำให้เส้นเลือดที่จอประสาทตา (Retina) ได้รับความเสียหายจากการอุดตันของเลือดที่ไม่สามารถไหลเวียนได้

เบาหวานขึ้นตาคืออะไร?

อาการเบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน เนื่องจากตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่เพียงพอจนร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ผู้ป่วยมีน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลายาวนาน อวัยวะและหลอดเลือดต่างๆทำงานผิดปกติ จนทำให้เส้นเลือดที่จอประสาทตา (Retina) ได้รับความเสียหายจากการอุดตันของเลือดที่ไม่สามารถไหลเวียนได้

สาเหตุการเกิด

เบาหวานขึ้นตา เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นเป็นเวลานาน จนทำให้เส้นเลือดฝอยที่ไปหล่อเลี้ยงดวงตาเกิดการอุดตันจนเสียหาย เกิดอาการโป่งพองเป็นหย่อม

เบาหวานขึ้นตา

เส้นเลือดที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ทดแทนเส้นเหลือดเดิมเปราะบางเสียหายได้ง่ายเนื่องจากพัฒนาไม่สมบูรณ์ ทำให้เลือดและของเหลวที่ไปหล่อเลี้ยงดวงตาจากหลอดเลือดกระจายไปทั่วจอประสาทตา เกิดอาการบวมตามจุดต่างๆในดวงตา หากปล่อยไว้นานโดยไม่ลดระดับน้ำตาลในเลือดอาจถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นถาวรได้

อาการของเบาหวานขึ้นตา

ในระยะแรกของอาการเบาหวานขึ้นตา อาจยังไม่มีอาการ สามารถมองสิ่งต่างๆได้เหมือนปกติ แต่หากอาการหนักขึ้นจะเริ่มมีอาการดังนี้ค่ะ

  • ตามัว มองไม่ชัดเจน
  • ภาพที่มองเห็นบิดเบี้ยว
  • แยกแยะสียากขึ้น
  • มองเห็นภาพมืดเป็นแถบ
  • มองเห็นจุดหรือเส้นสีดำคล้ายหยากไย่ลอยไปมาในดวงตา
  • สูญเสียการมองเห็น

วิธีรักษา

หากอาการเบาหวานขึ้นตายังอยู่ในระยะเริ่มแรก ยังไม่มีเส้นเลือดเกิดขึ้นมาใหม่ อาจยังไม่จำเป็นต้องรักษาอย่างเร่งด่วน โดยแพทย์จะสังเกตอาการและผู้ป่วย และให้ผู้ป่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อไม่ให้อาการลุกลาม

แต่หากอาการถึงขั้นมีเส้นเลือดเกิดมาใหม่ แต่เปราะบางเพราะพัฒนาไม่สมบูรณ์ แพทย์อาจวินิจฉัยให้ผู้ป่วยรักษาด้วยการผ่าตัดหรือการยิงเลเซอร์ โดยการรักษาหลักๆ มี 2 แบบ

  • การผ่าตัดวุ้นตา (Vitrectomy) การรักษาในรูปแบบนี้จะเป็นการผ่าตัดเพื่อนำเลือดออกจากวุ้นตา และกำจัดแผลที่บริเวณจอตา แต่การรักษาด้วยวิธีนี้จะทำได้เพียงชะลออาการเท่านั้น ซึ่งผู้ป่วยยังมีโอกาสที่จะสูญเสียการมองเห็นหากไม่ลดระดับน้ำตาลในเลือด 
  • การใช้เลเซอร์ จักษุแพทย์จะยิงเลเซอร์ที่จอตาของผู้ป่วย เพื่อช่วยหดกระชับเส้นเลือดที่มีอาการโป่งพอง ซึ่งหลังรักษาอาจส่งผลต่อการมองเห็นโดยรวม โดยเฉพาะการมองเห็นในที่แสงน้อยๆของผู้ป่วย

การป้องกันจากอาการเบาหวานขึ้นตา

อาการเบาหวานขึ้นตา สามารถที่จะป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆได้ โดยการลดความเสี่ยงต่างๆที่ทำให้เป็นโรคเบาหวาน เช่น 

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ 
  • ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดอาอาหารหวานจัด เค็มจัด และไขมันสูง
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานดัชนีมวลกาย 
  • ลดละเลิกการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์

แต่หากผู้อ่าน เป็นโรคเบาหวานอยู่ก่อนแล้ว หมอขอแนะนำว่า

  • ควรควบคุมน้ำตาลในเลือด โดยอาจจะใช้ตัวช่วยวัดค่าน้ำตาลในเลือด
  • ควบคุมความดัน โดยผู้ป่วยเบาหวานควรมีความดันไม่ควรเกิน 140/90 mmHg
  • ควบคุมระดับไขมันในเลือด ไม่ควรมีค่าเกินค่าปกติ 

สำหรับโรคเบาหวานขึ้นตานั้น ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์อาจทำให้อาการเบาหวานขึ้นตามีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วได้ ดังนั้นหมอขอแนะนำว่าควรตรวจสุขภาพดวงตาขณะที่กำลังตั้งครรภ์ โดยไม่ควรเกิน 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์จะดีที่สุดค่ะ 

สรุป

เบาหวานขึ้นตานั้นเป็นอาการแทรกซ้อนหนึ่งของโรคเบาหวาน ที่เกิดจากการอุดตันของเลือดของเส้นเลือดฝอยในดวงตา จนทำให้เกิดการโป่งพองเสียหาย เลือดและของเหลวไหลกระจายเข้าสู่จุดต่างๆของดวงตา หากปล่อยไว้นานอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวรได้ 

ซึ่งหมอขอแนะนำคุณผู้อ่านทุกท่าน ควรตรวจสุขภาพประจำปีเป็นประจำและรับการตรวจจอประสาทตาทันทีเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานและตรวจเพื่อติดตามอาการทุก 1 ปีเป็นอย่างน้อย เพื่อรักษาสุขภาพของดวงตาให้อยู่กับตัวเรานานๆค่ะ