โรคต้อหิน (Glaucoma) ภัยเงียบที่อาจทำให้ตาบอดถาวร

ต้อหิน


การตรวจสุขภาพดวงตาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะโรคที่เกิดขึ้นกับดวงตามีมากมาย มีทั้งที่สามารถสังเกตอาการได้และแอบซ่อนอยู่ในดวงตา รู้ตัวอีกทีก็อาการหนักเสียแล้ว โรคตาที่เราจะพูดถึงวันนี้คือ โรคต้อหิน (Glaucoma) คืออะไร มีอาการอย่างไร? หมอรวบรวมมาให้อ่านแล้วค่ะ

เลือกอ่านตามหัวข้อที่สนใจได้เลยค่ะ

โรคต้อหินคืออะไร?

ต้อหิน (Glaucoma) จัดเป็นโรคที่อยู่ในกลุ่ม โรคต้อ ซึ่งในกลุ่มโรคนี้จะมีทั้ง ต้อลม ต้อกระจก ต้อเนื้อ และอื่นๆ แต่โรคต้อหินนั้น เป็นเพียงชนิดเดียวที่ไม่มีต้อให้เห็น ซึ่งต้อหินนั้นเป็นโรคที่ทำลายขั้วประสาทตา เมื่อมีอาการหนักมากๆอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวรได้

โรคต้อหินคืออะไร?

ต้อหิน (Glaucoma) จัดเป็นโรคที่อยู่ในกลุ่ม โรคต้อ ซึ่งในกลุ่มโรคนี้จะมีทั้ง ต้อลม ต้อกระจก ต้อเนื้อ และอื่นๆ แต่โรคต้อหินนั้น เป็นเพียงชนิดเดียวที่ไม่มีต้อให้เห็น ซึ่งต้อหินนั้นเป็นโรคที่ทำลายขั้วประสาทตา เมื่อมีอาการหนักมากๆอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวรได้

ต้อหิน

สาเหตุการเกิด

โรคต้อหินอาจเกิดขึ้นได้โดยมี 3 สาเหตุหลักๆ คือ

เกิดจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่เกิดขึ้นของตัวบุคคลนั้นๆ
ซึ่งปัจจัยต่างๆไม่จำเป็นต้องเกิดจากสาเหตุภายนอกเท่านั้น แต่อาจเกิดขึ้นจากภายใน เช่น อาจเป็นโรคที่แทรกซ้อนมาจากการผ่าตัดรักษาดวงตา แทรกซ้อนมาจากโรคตาอื่นๆ หรือเกี่ยวข้องกับโรคทางกาย ซึ่งทำให้เกิดการเสื่อมของขั้วประสาทตา

เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม
สาเหตุนี้เกิดจากการถ่ายทอดพันธุกรรมด้อย (autosomal recessive)

เกิดจากความดันในลูกตา
ปัจจัยนี้เกิดจากความดันในลูกตาเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจจะเพิ่มสูงขึ้นเองตามธรรมชาติตามความเสื่อมสภาพภายในดวงตา หรือ เพิ่มสูงขึ้นเพราะยาที่ใช้ โดยความดันในลูกตานั้นเกิดจากการอุดตันบริเวณท่อระบายน้ำหล่อเลี้ยงภายในดวงตา ซึ่งหากดวงตาทำงานปกติ น้ำหล่อเลี้ยงที่ถูกผลิตกับน้ำหล่อเลี้ยงที่ระบายออกบริเวณมุมของดวงตาจะมีความสมดุลกัน แต่หากท่อระบายทำงานผิดปกติจะทำให้เกิดน้ำหล่อเลี้ยงอุดตันภายในดวงตา ความดันภายในลูกตาจึงเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้ไปกดทับเส้นประสาทตาที่มีหน้าที่ส่งภาพไปที่สมองจนเกิดความเสียหาย

ต้อหิน

อาการของโรคต้อหิน

โรคต้อหินจะทำให้การมองเห็นด้าน บน ล่าง ซ้าย ขวา (ลานสายตา) ค่อยๆแคบลงเรื่อยๆ จนกระทั่งลามมาถึงตรงกลางของดวงตาจนทำให้ตามัวและอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวร

โดยโรคต้อหินมี 5 ชนิด ซึ่งในแต่ละชนิดจะมีอาการแตกต่างกันดังนี้

  • ต้อหินมุมเปิด ชนิดนี้สามารถพบได้เยอะในกลุ่มผู้ป่วย ซึ่งเป็นชนิดที่ประสาทตาจะค่อยๆเสียไป โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัว ไม่มีอาการปวดตา หรือ ตาแดง ใช้เวลาหลายปีกว่าจะถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น 

  • ต้อหินมุมปิด เป็นต้อหินชนิดที่พบได้น้อยกว่ามุมเปิด เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างภายในดวงตา ทำให้น้ำหล่อเลี้ยงในดวงตาอุดตันเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการ ตามัว ตาแดง กระจกตาบวมหรือขุ่น อาจรุนแรงจนมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ถ้าหากไม่เร่งรักษาจะสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็ว

  • ต้อหินแทรกซ้อน ชนิดนี้เกิดจากความผิดปกติอื่นๆภายในดวงตา เช่น อาจเกิดจากโรคต้อกระจกที่สุกมาก เกิดจากบุคคลที่เกิดอุบัติเหตุทางดวงตา หรือภายหลังการผ่าตัดดวงตา

  • ต้อหินชนิดเม็ดสี เป็นต้อหินที่พบในคนสายตาสั้นอายุ 20-30 ปี ซึ่งถูกถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ จะทำให้ม่านตาเป็นส่วนโค้ง เนื้อเยื่อสร้างเม็ดสีกระทบกับเลนส์ของดวงตา ทำให้เกิดเม็ดสีอุดตัน การไหลเวียนของน้ำหล่อเลี้ยงติดขัด ความดันภายในดวงตาเพิ่มสูงขึ้น

  • ต้อหินจากการถ่ายทอดพันธุกรรม มักเกิดในทารกและเด็กเล็กๆ ซึ่งเกิดจากการถ่ายทอดพันธุกรรมด้อย  (autosomal recessive) จากพ่อหรือแม่ ซึ่งจะทำให้เด็กมีขนาดลูกตาใหญ่กว่าเด็กปกติ แพ้แสง ส่วนของตาดำจะขุ่น และมีน้ำตาไหลออกมามาก

 

วิธีรักษา

หากเริ่มมีอาการผิดปกติ หมอแนะนำให้ทุกท่านรีบพบจักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจสุขภาพดวงตา โดยจักษุแพทย์จะมีขั้นตอนการตรวจหาโรคต้อหินดังนี้ค่ะ

  • ซักประวัติการใช้สายตา และประวัติทางครอบครัวของผู้ป่วย
  • วัดความดันภายในดวงตา
  • ตรวจดูขั้วประสาทตา
  • ใช้เครื่องมือตรวจลานสายตา เพื่อเช็คการกระจายของเส้นประสาท
  • ตรวจขั้วประสาทตาด้วยคอมพิวเตอร์
ต้อหิน

หลังจากตรวจวัดเสร็จ จักษุแพทย์จะวินิจฉัยอาการ หากอาการเกิดจากความดันภายในดวงตา ซึ่งเป็นปัจจัยเดียวที่สามารถควบคุมได้ ทางจักษุแพทย์จะรักษาด้วยการหยอดยา เพื่อให้น้ำหล่อเลี้ยงที่ค้างภายในดวงตาระบายได้ดีขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องหยอดตาอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมความดันภายในดวงตา แต่หากไม่สามารถระบายได้ทันอาจจำเป็นต้องทำการผ่าตัด เจาะรูระบายน้ำหล่อเลี้ยงออกมา

สรุป

โรคต้อหิน มีทั้งชนิดที่เกิดจากความผิดปกติภายในดวงตาทั้งฉับพลัน และใช้เวลาในการลุกลาม ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นโรคจากสาเหตุอย่างหลังจะไม่สามารถรับรู้ว่าตนเองนั้นเป็น จนกว่าจะถึงระยะท้ายๆของโรคต้อหิน ซึ่งต้อหินเป็นโรคที่มีความอันตรายต่อการมองเห็น ไม่ควรปล่อยให้ลุกลามจนสูญเสียการมองเห็นถาวร

ดังนั้นหมอขอแนะนำว่าคุณผู้อ่านควรตรวจสุขภาพดวงตา เพื่อคอยเช็คว่าเรามีโรคตาอะไรซ่อนอยู่หรือไม่? เพื่อรักษาการมองเห็นให้อยู่กับตัวเราเองได้นานที่สุดค่ะ