ตากุ้งยิงคืออะไร? สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และเมื่อไหร่ควรพบจักษุแพทย์

ตากุ้งยิง สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และกี่วันหาย

ตากุ้งยิงเป็นภาวะที่หลายคนเริ่มสังเกตจากอาการเจ็บเปลือกตา บวมแดง หรือมีตุ่มคล้ายสิวบริเวณขอบตา หลายคนจึงสงสัยว่า ตากุ้งยิงเกิดจากอะไร อาการตากุ้งยิงเริ่มแรกเป็นแบบไหน และต้องรักษาอย่างไรถึงจะปลอดภัย บทความนี้จักษุแพทย์จะอธิบายให้เข้าใจง่าย พร้อมบอกสัญญาณที่ไม่ควรรอให้หายเอง

คำตอบสั้นๆ จากจักษุแพทย์

ตากุ้งยิงส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อและการอุดตันของต่อมบริเวณเปลือกตา อาการเด่นคือเปลือกตาบวมแดง เจ็บ กดเจ็บ และอาจมีหัวหนอง การดูแลเบื้องต้นคือประคบอุ่น รักษาความสะอาด งดแต่งหน้าและคอนแทคเลนส์ชั่วคราว ที่สำคัญคือไม่ควรบีบหรือเจาะหนองเอง หากอาการไม่ดีขึ้น ปวดมาก บวมมาก หรือมองเห็นผิดปกติ ควรพบจักษุแพทย์

ตากุ้งยิง คืออะไร?

ตากุ้งยิง (Hordeolum) คืออะไร? มองให้ลึกถึงต้นตอที่เปลือกตา

ตากุ้งยิง คือ การอักเสบติดเชื้อของต่อมไขมันหรือต่อมบริเวณเปลือกตา ทำให้เกิดตุ่มบวมแดง เจ็บ กดเจ็บ และอาจมีหัวหนอง มักเกิดบริเวณขอบเปลือกตาหรือด้านในเปลือกตา ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ไม่ควรบีบหรือเจาะหนองเอง เพราะอาจทำให้เชื้อลุกลามได้

วิธีป้องกันตากุ้งยิงไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

การป้องกันตากุ้งยิงเริ่มจากการดูแลความสะอาดรอบดวงตา หลีกเลี่ยงการขยี้ตา ล้างมือก่อนสัมผัสใบหน้า ล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาให้หมดจด และไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หรือเครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น หากเป็นตากุ้งยิงซ้ำบ่อย ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เช่น เปลือกตาอักเสบ ต่อมไขมันอุดตัน หรือภาวะสุขภาพบางอย่างที่ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

อาการตากุ้งยิงเป็นอย่างไร? เช็กตั้งแต่ระยะแรกจนถึงระยะมีหนอง

เช็กอาการตากุ้งยิงแบบวันต่อวัน คุณอยู่ในระยะไหน?

อาการตากุ้งยิงมักจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นในเวลาไม่กี่วัน ลองสังเกตตัวเองดูว่าตอนนี้คุณอยู่ในระยะไหน เพื่อจะได้ดูแลได้ถูกจุด

ระยะแรกเริ่ม (24 ชั่วโมงแรก): แค่คันๆ ระคายเคือง

เป็นระยะที่การอักเสบและการติดเชื้อเพิ่งเริ่มต้น คุณจะรู้สึกคันๆ เคืองตา เปลือกตาอาจมีรอยแดงจางๆ หรือบวมขึ้นเล็กน้อย บางคนอาจรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในตาตลอดเวลา แต่จะยังไม่เจ็บมากและยังไม่มีหัวหนองให้เห็น

ระยะอักเสบ (วันที่ 1-3): เริ่มบวม แดง กดเจ็บ

ระยะนี้การอักเสบจะชัดเจนขึ้นมาก เปลือกตาจะบวมแดงเป็นตุ่มนูนที่สังเกตได้ง่าย อาจมีน้ำตาไหล เคืองตามากขึ้น และจะรู้สึกเจ็บเมื่อลองกดหรือสัมผัสโดนเบาๆ ในช่วงท้ายของระยะนี้อาจเริ่มเห็นหัวหนองสีขาวเหลืองก่อตัวขึ้น

ระยะสุกเต็มที่ (วันที่ 3-5): ปวดที่สุดและเห็นหัวหนอง

เป็นช่วงที่ทรมานที่สุด ตุ่มหนองจะขยายขนาดจนเห็นได้ชัดเจน อาการปวดและบวมจะพีคที่สุด หากเป็นตากุ้งยิงชนิดภายนอก จะเห็นตุ่มหนองที่ขอบตา แต่ถ้าเป็นชนิดภายใน อาจต้องลองพลิกเปลือกตาดูถึงจะเห็น โดยปกติเมื่อหนองสุกเต็มที่แล้ว ก็จะแตกและระบายออกเอง ทำให้อาการปวดลดลงอย่างรวดเร็ว

ตากุ้งยิง เกิดจากอะไร? ไขทุกข้อสงสัยที่ต้นเหตุ

ตากุ้งยิง เกิดจากอะไร? ไขทุกข้อสงสัยที่ต้นเหตุ

ตากุ้งยิงมักเกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา ร่วมกับการอุดตันของต่อมไขมัน ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่ การขยี้ตาด้วยมือไม่สะอาด ล้างเครื่องสำอางไม่หมด ใส่คอนแทคเลนส์ไม่สะอาด พักผ่อนน้อย หรือมีภาวะเปลือกตาอักเสบ

ปัจจัยเสี่ยงที่เปิดประตูให้เชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว

  • สุขอนามัยและการสัมผัส: การเผลอขยี้ตาบ่อยๆ โดยที่ยังไม่ได้ล้างมือ หรือการใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้าร่วมกับผู้อื่น เป็นการนำเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาโดยตรง
  • เครื่องสำอางและคอนแทคเลนส์: การใช้เครื่องสำอางหมดอายุ อุปกรณ์แต่งหน้าที่ไม่สะอาด หรือล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาไม่หมดจด ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย รวมถึงการใส่-ถอดคอนแทคเลนส์ด้วยมือที่ไม่สะอาดก็เป็นความเสี่ยงสำคัญ
  • ภาวะสุขภาพ: เมื่อร่างกายอ่อนแอจากการพักผ่อนน้อย เครียดสะสม หรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เบาหวาน จะส่งผลให้ต่อมไขมันทำงานผิดปกติและติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

ตากุ้งยิง vs ก้อนไขมันที่เปลือกตา ต่างกันอย่างไร?

เรื่องต้องรู้! ตากุ้งยิง vs ก้อนไขมันที่เปลือกตา ต่างกันอย่างไร?

นี่เป็นคำถามที่หมอพบบ่อยที่สุดในห้องตรวจ เพราะทั้งสองอย่างทำให้มีก้อนนูนที่เปลือกตาเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การแยกให้ออกจะช่วยให้เรารู้แนวทางรักษาที่ถูกต้อง

  • ตากุ้งยิง: คือการอักเสบและ มีการติดเชื้อ แบคทีเรีย อาการหลักคือ เจ็บ บวม แดง ร้อน เหมือน “สิวอักเสบ” ที่มาเร็ว ไปเร็ว
  • ก้อนไขมันที่เปลือกตา: คือการอุดตันเรื้อรังที่ ไม่มีการติดเชื้อ เป็นก้อนนูนแข็งๆ ที่ กดไม่เจ็บ ไม่มีอาการบวมแดงร้อน เหมือน ซีสต์ไขมัน ที่ค่อยๆ โตขึ้นช้าๆ

ตารางเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ

ลักษณะ ตากุ้งยิง ก้อนไขมันที่เปลือกตา
สาเหตุ การติดเชื้อแบคทีเรียเฉียบพลัน การอุดตันของต่อมไขมันเรื้อรัง
อาการหลัก เจ็บ บวม แดง ร้อน มีหัวหนอง ไม่เจ็บ เป็นก้อนแข็ง อาจระคายเคือง
ระยะเวลา เกิดขึ้นเร็ว (1-3 วัน) เกิดขึ้นช้าๆ (สัปดาห์-เดือน)
การดูแล ประคบอุ่นบ่อยๆ รักษาความสะอาด ยาฆ่าเชื้อ ประคบอุ่น นวดเปลือกตา

วิธีรักษาตากุ้งยิง: ดูแลอย่างไรให้หายเร็วและปลอดภัยที่สุด

วิธีรักษาตากุ้งยิง: ดูแลอย่างไรให้หายเร็วและปลอดภัยที่สุด

วิธีดูแลตากุ้งยิงเบื้องต้นคือประคบอุ่นครั้งละ 10–15 นาที วันละ 3–4 ครั้ง รักษาความสะอาดรอบดวงตา งดแต่งหน้า งดใส่คอนแทคเลนส์ และห้ามบีบหนองเอง หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 วัน ปวดมาก บวมมาก หรือมองเห็นผิดปกติ ควรพบจักษุแพทย์

เมื่อไหร่ที่ต้องให้คุณหมอช่วย: การรักษาโดยจักษุแพทย์

หากดูแลตัวเองแล้วอาการไม่ดีขึ้น การมาพบจักษุแพทย์คือทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งการรักษามีดังนี้:

  • ยาปฏิชีวนะ: แพทย์อาจสั่งยาหยอดหรือยาป้ายเพื่อฆ่าเชื้อบริเวณดวงตา และในรายที่มีการอักเสบมากอาจต้องทานยาปฏิชีวนะร่วมด้วย
  • การเจาะระบายหนอง: หากตุ่มหนองใหญ่มาก ไม่แตกเอง หรือกลายเป็นก้อนแข็ง แพทย์จะพิจารณาเจาะระบายหนองออก ซึ่งเป็นหัตถการเล็กๆ ที่ทำได้เลยที่คลินิก จะช่วยลดการอักเสบและทำให้ตุ่มยุบเร็วขึ้นมาก

ตากุ้งยิงกี่วันหาย

โดยทั่วไปตากุ้งยิงมักดีขึ้นภายใน 7–14 วัน หากดูแลอย่างถูกต้อง เช่น ประคบอุ่นและรักษาความสะอาด แต่ถ้าเป็นนานเกิน 1–2 สัปดาห์ ก้อนโตขึ้น ปวดมาก หรือเป็นซ้ำบ่อย ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม

5 สัญญาณอันตราย! อาการแบบไหนที่ต้องรีบมาพบจักษุแพทย์ทันที

5 สัญญาณอันตราย! อาการแบบไหนที่ต้องรีบมาพบจักษุแพทย์ทันที

แม้ตากุ้งยิงส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรรีบมาพบแพทย์ทันที

  1. เป็นตากุ้งยิงนานเกิน 7-10 วันแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น
  2. เปลือกตาบวมมากจนลืมตาไม่ขึ้น หรือบวมลามไปทั่วใบหน้า
  3. มีอาการปวดรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนทนไม่ไหว
  4. การมองเห็นผิดปกติ ตาพร่ามัว
  5. มีไข้ร่วมด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตากุ้งยิง (FAQ)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตากุ้งยิงไม่ได้ติดต่อกันง่ายเหมือนไข้หวัด แต่เชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องสามารถปนเปื้อนผ่านมือ ผ้าเช็ดหน้า เครื่องสำอาง หรืออุปกรณ์ที่สัมผัสดวงตาได้ จึงควรล้างมือบ่อย ๆ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการจับหรือขยี้ตา

ไม่ได้เด็ดขาดค่ะ การบีบเองเสี่ยงที่จะทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายลึกลงไปในชั้นเปลือกตา หรือลามเข้าสู่เบ้าตา ทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงถึงขั้นตาบอดได้

ไม่ได้ค่ะ ควรงดจนกว่าจะหายสนิท เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงในการนำเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตา ทำให้อักเสบรุนแรงขึ้น

มักเป็นก้อนพังผืดหรือถุงหุ้มที่หลงเหลืออยู่ ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ยุบไปเอง แต่ถ้าขนาดใหญ่หรือรบกวนสายตา ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรักษาต่อค่ะ

ไม่แนะนำค่ะ ยาหยอดตาบางชนิดมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ซึ่งหากใช้ผิดวิธีกับการติดเชื้อแบคทีเรียอาจทำให้อาการแย่ลง ควรให้แพทย์เป็นผู้สั่งยาจะปลอดภัยที่สุด

อาจเกิดจากต่อมไขมันทำงานผิดปกติ การรักษาครั้งก่อนไม่หายสนิท หรือสุขอนามัยยังไม่ดีพอ หากเป็นบ่อยควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

ตารางสรุป

คำถาม คำตอบสั้น
ตากุ้งยิงคืออะไร การอักเสบติดเชื้อของต่อมบริเวณเปลือกตา
อาการหลัก บวม แดง เจ็บ กดเจ็บ อาจมีหัวหนอง
สาเหตุพบบ่อย เชื้อแบคทีเรียร่วมกับต่อมไขมันอุดตัน
ดูแลเองได้ไหม ได้ในรายไม่รุนแรง โดยประคบอุ่นและรักษาความสะอาด
ห้ามทำอะไร ห้ามบีบหรือเจาะหนองเอง
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ ปวดมาก บวมมาก มองเห็นผิดปกติ มีไข้ หรือไม่ดีขึ้นใน 2–3 วัน

หากคุณมีอาการตากุ้งยิงที่ปวดมาก บวมมาก เป็นซ้ำบ่อย หรือดูแลเองแล้วไม่ดีขึ้นใน 2–3 วัน แนะนำให้เข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์ เพื่อประเมินว่าเป็นตากุ้งยิง ก้อนไขมันที่เปลือกตา หรือภาวะเปลือกตาอักเสบอื่น ๆ ทีม Mattaya Vision Center พร้อมดูแลด้วยการตรวจประเมินอย่างละเอียดและให้คำแนะนำที่เหมาะกับอาการของแต่ละคน

ผู้เขียนบทความ

แพทย์หญิง มัทยา ขวัญอโนชา

แพทย์หญิง มัทยา ขวัญอโนชา

จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตาและการมองเห็น ด้วยความเชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยา ผู้ก่อตั้ง Mattaya Vision Center พร้อมวินิจฉัยและให้คำปรึกษาเฉพาะทางด้านเลนส์โปรเกรสซีฟ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาสายตาซับซ้อนจากภาวะสายตายาวตามวัย

ประวัติการศึกษา

  • แพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1):  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา:  คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วุฒิบัตรการผ่าตัดตกแต่งกล้ามเนื้อตาและตาสองชั้น: Korean College of Cosmetic Surgery (KCCS) ประเทศเกาหลีใต้
ทักแชท ปรึกษาฟรี
ทักไลน์ ปรึกษาฟรี
สาขาของเรา
×

เบอร์โทรติดต่อ

099-463-6365